กลับไปเป็นตัวของตัวเอง เรียกพลังในวันเก่ามาช่วยฟื้นฟู

Tagged: , , ,

กลับไปเป็นตัวของตัวเอง เรียกพลังในวันเก่ามาช่วยฟื้นฟู

คนเราโดยทั่วไปแล้ว ช่วงชีวิตตลอดระยะเวลาตั้งแต่เกิดมาจนถึงปัจจุบัน ย่อมที่จะมีบ้างสักครั้งหรือหลายครั้งในชีวิต ที่เคยได้สัมผัสกับคืนวันที่มีพลังรู้สึกเป็นสุขใจ ลองตั้งสติทบทวน ถึงเรื่องราวที่ผ่านมาในชีวิต มีตอนไหนบ้าง ที่ตนเองเคยมีอุปนิสัย หรือมีความคิดจิตใจบางอย่าง ที่เคยมีพลัง  มากกว่านี้

เคยแจ่มใสเคยมีนิสัยที่ไม่นำพาต่อความทุกข์ แม้จะเป็นความทุกข์ในแบบที่เจอในวันนี้ก็ไม่หวั่นไหว

วันคืนที่ตนเองเคยมีความสบายใจ มีความสามารถ มีประสาทสัมผัสมองเห็นโลกด้วยอรรถรสที่ดีเยี่ยม หรือมีอะไรก็ตามที่คุณชอบตัวเองในแบบวันวาน

อยากไหม?  อยากที่จะกลับไปเป็นคนแบบนั้นอีกให้ได้

กำลังใจ4

อยากจะโยนทิ้งคืนวันร้ายๆในวันนี้แล้วกลับไปเป็นตัวตนแบบในวันวาน และห้อมล้อมด้วยจิดแห่งการมองเห็นโลกของตัวเองที่เคยมีความสุขกับสิ่งต่างๆ
หากคุณพอจะจดจำได้  และหากคุณกำลังเริ่ม  เริ่มมีใจที่อยากจะหวลคืนสู่ตัวตนในวันเวลาเหล่านั้น
คุณจงเริ่มตั้งแต่วันนี้

ก่อนอื่น  สิ่งสำคัญที่คุณควรรับรู้นั่นก็คือ

คุณมีโอกาสที่จะกลับคืนเป็นตัวของตัวเองที่เคยเป็นได้  แต่นั่นมิใช่สิ่งที่ง่ายเสมอไป ไม่ใช่สิ่งที่จะมาเนรมิตรกันง่ายดั่งใจนึกทันทีทันใด และอาจมีบางคนที่อาจทำความรู้สึกได้ในบางเวลา หลงคิดว่าตัวของตัวเองกลับมาแล้ว

แต่ทว่ามันก็เป็นได้เพียงชั่วครู่ยาม มิใช่การฝังลึกจนสถิตย์เป็นตัวตนได้อย่างแท้จริง

แท้จริงแล้ว กระบวนการนี้จำต้องใช้เวลา  ต้องพร้อมที่จะให้เวลา ผสานกับความตั้งใจ รวมทั้งการเสาะหาส่วนประกอบต่างๆที่เคยช่วยหล่อหลอมส่งเสริมให้กลายเป็นตัวตนแบบในวันคืนที่เคยเป็น

กำลังใจ3

ความเป็นตัวตนในเชิงจิตวิญญาณของมนุษย์เรานั้น กว่าจะก่อร่างจนออกมาเป็นตัวตนคนแบบหนึ่ง จำต้อง ผ่านประสบการณ์ชีวิต ที่พานพบกับเรื่องราวต่างๆที่ส่งความรู้สึกและจิตใจ  อันประกอบด้วยรายละเอียดปลีกย่อยที่ละเอียดยิบมากมาย ที่คุณแทบไม่รู้สึกเท่าทันเลยว่า สิ่งต่างๆและผู้คนรอบตัว เรื่องราวต่างๆสภาพแวดล้อมวิถีชีวิต กิจวัตร ฯลฯล้วนส่งรายละเอียดบางอย่างซึมซับเข้ามาในตัวคุณทั้งนั้น

หลายต่อหลายอย่างหล่อหลอมมา ก่อเกิดเป็นรายละเอียดที่กลั่นออกเป็นตัวหนังสือหรือคำพูดความคิดไม่ได้ แต่รับรู้สัมผัสจิตวิญญาณความมีอยู่ และรสชาติของตัวตนเหล่านั้นได้

สิ่งต่างๆดังกล่าวนี้ มันเป็นเซ้นส์ ซึ่งไม่มีรูปร่างให้จับต้อง แต่คุณจะรับรู้ได้ว่ามีอยู่จริงยามจิตวิญญาณนั้นสถิตย์อยู่กับคุณ

Pointing to Oneself

และด้วยการที่มันละเอียดมันไม่มีภาษาหรือคำแทน  มันไม่มีตัวตนให้จับต้อง การตามหาสิ่งนี้จึงอาจต้องค่อยๆอาศัยเวลานำพาตนเองไปสู่จุดที่ ได้รอโอกาส ได้พบกับส่วนประกอบต่างๆที่จะส่งจิตสัมผัสให้รับรู้

ควรให้เวลาแบ่งมาในแต่ละวันเพื่อการนั่งสงบใจ ทำจิตให้เป็นสมาธิตั้งสติและระหว่างที่ใจสงบก็จึง ค่อยๆ เพ่งระลึกถึงรูปแบบชีวิตเมื่อครั้งที่ต้องการและเคยเป็นได้นั้น จงระลึกสะสมในแต่ละวันอย่าง เป็นขั้นตอนวิธีสำคัญที่ควรต้องทำอยู่อย่างเสมอ

ในขณะที่ระลึกถึง คุณจะค่อยๆจดจำรายละเอียดต่างๆว่าอะไรบ้างที่เป็นส่วนประกอบช่วยหล่อหลอม ให้คุณเคยเป็นคนแบบนั้นได้  คุณจะค่อยๆได้แผนที่ ให้รับรู้ว่าจากนี้ไปคุณควรปรับรูปแบบวิถีชีวิตและแนวคิดอย่างไร ในการค่อยๆซึมซับตนเองกลับคืน

กำลังใจ2

นอกจากนี้แล้วคุณยังต้องหมั่นสังเกตุตนเองในปัจจุบัน อาศัยวันเวลาแต่ละวันคืนตรึกตรองให้ถ่องแท้ ว่ารูปแบบชีวิตแบบไหนบ้างที่คอยบดบังการกลับไปเป็นตัวของตัวเอง   รูปแบบชีวิตไหนบ้างที่ชักจูงคุณให้หลงทางมาไกล จนกลายเป็นคนละคนกับอดีต ซึ่งกลายเป็นคนใหม่ที่มีคุณสมบัติต่างๆที่มุ่งสู่ความทุกข์ใจ

อีกทั้งเมื่อคุณระลึกจดจำได้ถึงสภาพแวดล้อม วิถีชีวิต วงสังคม หรือกิจวัตร และแนวคิดนิสัยใดๆก็ตาม ที่คุณรู้ว่าสิ่งเหล่านี้จะช่วยส่งเสริมให้เซ้นส์ ของตัวตนคนเดิมปลุกฟื้นกลับมา เมื่อคุณได้ข้อมูลจากการทำสมาธิระลึกจิต คุณก็จะได้แผนที่และรู้ว่าจะต้องไปคลุกคลีตนอยู่ในวิถีใด ควรห่างสิ่งใดและควรใกล้สิ่งใด

การทำสมาธิผสานกับการระลึกจิตจะช่วยให้คุณ ตระหนักได้ง่ายขึ้น  จงค่อยๆสังเกตุว่ามีอะไรบ้าง เพื่อเข้าใจ และใช้เป็นเป้าหมายในการฝึกลดละเลิกห่างอุปนิสัยต่างๆ ในปัจจุบันที่ขวางการกลับไปเป็นคนเดิม รวมถึงลดละเลิกห่าง วิถีชีวิต กิจวัตรหรือสิ่งคลุกคลีใดๆ ที่เป็นรูปแบบที่ไม่เหมาะ และคอยรบกวนถ่วงรั้งการกลับสู่ตัวของตัวเอง

การฝึกจิตฝึกแนวคิดเหล่านี้หากได้กระทำในขณะนั่งในที่สงบ และจิตเป็นสมาธิ หากทำอย่างสม่ำเสมอตัวคุณเองจะค่อยๆเปลี่ยนแปลง  ขอเพียงขยันทำอย่างสม่ำเสมอและใจเย็นพอที่จะรอคอยการพัฒนา

กำลังใจ5

ทั้งนี้ยังมีอีกเรื่อง ที่สำคัญที่คุณต้องเข้าใจว่าจริงแล้วชีวิตของคนเรา  บางครั้งสิ่งที่ผ่านไปแล้วการจะให้กลับมาเหมือนเดิมทั้งหมดอาจเป็นเรื่องที่ยาก เรื่องบางเรื่อง หรือส่วนประกอบของตัวตนบางอย่าง อาจเป็นสิ่งที่เหมาะสมที่จะปล่อยวางไป อย่าไปคาดหวังว่าจะต้องกลับคืนเหมือนเดิมเป๊ะทั้งหมด   บางสิ่งบางอย่างมันก็เป็นสิ่งที่ยากและยุ่งวุ่นวาย เกินไปที่จะไปเสียเวลาตามหา

บางสิ่งบางอย่างก็ไม่มีค่าพอที่จะเอาชีวิตปัจจุบันไปวิ่งไล่อดีต

แต่ทว่า บางอย่างก็เป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การหวลเรียกกลับคืนและเป็นสิ่งที่ทำได้
ยิ่งสิ่งใดเป็นเรื่องดีเป็นพลังที่ดี มีความบริสุทธิ์มีจริยธรรมมีศีลธรรม มากเท่าใด  สิ่งนั้นยิ่งมีโอกาสที่จะนำกลับมาได้มากที่สุด และส่งประโยชน์ต่อชีวิตได้มากที่สุด ลบล้างความทุกข์ในปัจจุบันได้สะอาดที่สุด

แต่หากสิ่งใดเป็นสิ่งที่มากด้วยอัตตาและโมหะ มากด้วยความยึดมั่นถือมั่น มากด้วยความเหลวไหล เสื่อม หรือมากด้วยความรักโลภโกรธหลงแค้น สิ่งพวกนั้น อาจนำกลับมาได้ยากหรือแม้นำกลับมาได้ อาจยิ่งส่งผลร้ายให้ชีวิตหลงทางหรือยิ่งนำพาความทุกข์ในปัจจุบันให้หนักยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม การหวลคืน นำกลับมาซึ่ง ตัวของตัวเองและพลังแห่งชีวิตที่เคยมี  แม้ว่าอาจจะลำบากหรืออาจทำไม่ได้ทั้งหมด แต่คุณจะได้ในสิ่งที่มีค่าต่างๆในอดีตกลับคืนมามากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และผสานให้ตัวตนใหม่มีทิศทางที่มีพลังขึ้น  ขอเพียงคุณตั้งใจและมีความแน่วแน่  ยอมรับการฝึกฝนที่ค่อยๆเป็นค่อยๆไป ยอมรับการใช้เวลา  และทำควบคู่กันไปอย่างพอเหมาะผสานกันได้กับการบริหารชีวิตในปัจจุบัน ไม่ทำลายกันข้างใดข้างหนึ่ง

  ดังนี้แล้วการเรียกพลัง ที่เคยมีอยู่กับคุณในอดีตย่อมกลับมาหาคุณได้อย่างงดงามแน่นอน

Leave a Comment

Your email address will never be published or shared and required fields are marked with an asterisk (*).