สำหรับ ผู้ที่ผ่านพ้นช่วงเวลาของการเรียนรู้ ไตร่ตรองสิ่งต่างๆมาอย่างไม่มีอะไรคาใจอีกต่อไปแล้ว ใช้เวลารักษาเยียวยาตนเองมานานพอสมควร จนเริ่มมีจิตใจที่ดีขึ้น
ทำความเข้าใจในสิ่งต่างๆ มีใจที่จะปล่อยวางแล้ว และปรับทัศนคติ ปรับจิตใจ มีแง่คิดดีๆมากมายที่เหมือนจะพร้อมที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างยืนหยัดขึ้นอีกครั้งแล้ว
แต่ทว่า!
บางวัน บางเวลา กลับยังต้องเผชิญภาวะไร้เหตุผล เช่น รู้ทั้งรู้ว่าไม่ควรเศร้ายังจะเศร้าอีก รู้ทั้งรู้ว่าไม่มีอะไรต้องคิดแล้วยังมักจะเผลอคิดอีก
รู้ทั้งรู้ว่าอะไรเป็นอะไร แต่จิตใจก็ยังวนเวียนในเรื่องเดิม ทั้งๆที่ตนเองได้รับการเสริมปัญญาให้กับชีวิตแล้ว
สาเหตของภาวะแบบนี้ ส่วนประกอบสำคัญอันดับแรกนั่นก็คือ “ความเคยชิน” ความเคยชินของชีวิตประจำวันที่ผ่านมา ที่เคยชินอยู่กับการคิดถึง การไคร่ครวญ การย้ำคิด ในช่วงที่ตกเป็นคนคิดมากนั้นสร้างความเคยชินโดยไม่รู้ตัว
ความเคยชินนี้ มันคือสิ่งที่สามารถเป็นได้แม้ว่าจะไร้เหตผล แม้ว่าเมื่อก่อนคุณจะรู้สึกหดหู่เพราะมีความคิดเศร้าๆ ความนึกในเรื่องแย่ๆ แต่แม้คุณจะไม่คิดไม่นึกแล้ว แต่ภาวะความเคยชินมันก็เผลอเสพติดไปโดยไม่รู้ตัว และก่อรูปของอารมณ์หดหู่ขึ้นได้เองอย่างไร้เหตุไร้ผล
ซึ่งก็คือระบบร่างกายของคุณเผลอติดวงจรเดิมๆ เข้าไปโดยไม่รู้ตัว

กำลังเป็นแบบนี้อยู่เลยค่ะ
อยู่ในช่วงที่อะไรเดิมๆ อาการเดิมๆ วนกลับมาหา จนท้ออยู่ช่วงนึง เพราะมันส่งผลในการทำงาน คือเบลอ จำอะไรไม่ได้ หมกมุ่นกับความคิดลบๆเดิมๆ ซ้ำเติมตัวเอง
ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ได้ทำความเข้าใจความทุกข์และความเศร้าในใจของตัวเองแล้วแท้ๆ เข้าใจจนข้ามผ่านอาการซึมเศร้า รู้สึกเป็นคนใหม่ที่เบิกบานที่สุดนับตั้งแต่มีชีวิตมา เหมือนเกิดใหม่ หลังจากที่ซึมเศร้าและอยากตายมาราวๆ 3 ปี
ไม่รู้เลยว่าเผลอกลับไปเป็นแบบเดิมตอนไหน เพราะอะไร เครียดกว่าเดิมเลย
เพราะไม่อยากเป็นอีก มันแย่มากๆที่เป็น
ตอนนี้ก็เหมือนจะเริ่มปรับตัวได้อีกครั้ง แต่ก็ไม่ดีเท่าเดิมค่ะ เหมือนยังคลำทางอยู่
มองไม่เห็นทางออกเลย ยังสับสนอยู่ แต่ก็ยังพยายามหาคำตอบ
จนมาเจอเว็บนี้และบทความนี้
ยังไงก็ตาม ก็ยังคงหาคำตอบต่อไปค่ะ
ไม่เป็นไรครับ ลองตั้งใจใหม่อีกครั้ง ยืนขึ้นอีกครั้งและครั้งนี้ อย่าลืมสิ่งสำคัญต่างๆที่ทำให้ใจเรากลับมามีพลังได้