หยุดซักซ้อมใคร่ครวญหาความถูกผิด
อาการซักซ้อมความคิด ไตร่ตรองหา ความถูกผิด คือลักษณะที่เป็นกันมากสำหรับผู้ ที่อกหักร้างรา เลิกกัน หรือถูกทิ้ง อันเนื่องมาจากสิ่งที่ไม่ลงรอยกัน
ผู้ที่ติดอยู่ในอาการนี้มักจะชอบย้ำคิด ทบทวนไตร่ตรอง หยิบจับรายละเอียดต่างๆในเรื่องที่ผ่านมา เฝ้าใคร่ครวญ ว่าอะไรเป็นเพราะอะไร เรื่องที่เกิดขึ้นต่างๆใครผิด?
บางราย ชอบที่จะย้อนเวลา ไปตามเก็บสิ่งที่เป็นเรื่องที่ตนเป็นฝ่ายถูกมาสะสมเอาไว้ และรวบรวมความผิดของฝ่ายตรงข้าม
บางราย ชอบที่จะโทษตัวเอง เอาเรื่องราวต่างๆมาปะติดปะต่อขบคิด แล้วเก็บรายละเอียดต่างๆที่คิดว่าตนเองเป็นฝ่ายผิดแล้วเอามาโทษตัวเอง เสียใจคร่ำครวญ
บางรายเฝ้าย้อนคิดเรื่องเดิมๆทวนไปทวนมาอยู่ตลอดเวลาเพื่ออยากจะรู้สาเหตุของสิ่งต่างๆ และมักจะโทษไปทุกอย่างที่เกี่ยวข้องไม่ว่าตัวเอง หรือฝ่ายตรงข้าม หรือแม้แต่ผู้คนอื่นๆ

สภาวะต่างๆที่เกิดขึ้นนี้ ไม่ใช่การแก้ไขจิตใจให้ดีขึ้นได้แต่อย่างใด มีแต่จะเลวร้ายลง และเป็นคนจำจดปักใจเชื่ออยู่กับความคิด สะสมความโกรธความแค้นความเกลียด สะสมความหดหู่สะสมความเศร้า สะสมความหมดอาลัยตายอยาก
โดยเฉพาะอาการแบบนี้จะเป็นกันหนักมาก ในรายที่ถูกคนที่ตัวเองรัก กำลังปั่นหัว!
ปั่นหัว ด้วยคำลวง
แท้ที่จริงแล้วในหลายเคสพบว่า การเลิกกัน ในลักษณะที่อีกฝ่ายแอบไปมีรักใหม่ แอบเบื่อและอยากเลิก
มักจะเกิดรูปการณ์ในลักษณะที่ อีกฝ่ายใช้คำลวงอ้างสาเหตุต่างๆนาๆ มาเป็นข้ออ้าง ทั้งที่แต่ไหนแต่ไรมาตัวเขาไม่ได้รู้สึกถือสาในเรื่องบางเรื่อง แต่พอจะเอามาเป็นเรื่องก็เสแสร้งเป็นถือสา
และเมื่ออีกฝ่ายถูกคนที่ตนเองรัก อ้างข้ออ้างต่างๆ ก็มักจะช๊อค เสียใจไปคิดใคร่ครวญไตร่ตรอง หาเหตุผลมาโต้เถียง อยากจะหาเหตุผลมาแก้ตัว อยากจะหาเหตผลมาอธิบาย ใช้เวลาเป็นวันคืนไปกับความหดหู่กลัดกลุ้ม ความกลัวสูญเสีย เพื่อจะหาคำตอบ หาคำตอบเพื่อมาอุทร วิงวอนเขา
แต่แล้วเมื่อได้ข้ออธิบายที่ดีแล้วเอามาบอก เอามาอุทรณ์ เอามาวิงวอน ให้คนที่ตนรัก สิ่งที่ได้คือ อีกฝ่ายก็จะแถไปเรื่อยๆ อ้างไปไม่สิ้นไม่สุด หรือแม้เขาจนแต้มจนถึงจุดที่เถียงต่อไม่ได้ เขาก็ไม่แคร์ที่จะเผยความจริงว่าไม่รัก ก็คือไม่รัก
สถานการณ์แบบนี้เป็นสถานการณ์ที่ทรมานมากๆ หากว่าไม่ใช้ปัญญาใช้สติก็จะถูกปั่นหัวได้โดยง่ายไม่สิ้นไม่สุด พอฝ่านหนึ่งอ้างเรื่องหนึ่งอีกฝ่ายก็ไปนั่งครุ่งคิด จิงจังในคำพูดของเขา
