กลับไปเป็นตัวของตัวเอง เรียกพลังในวันเก่ามาช่วยฟื้นฟู
by themenofpen
คนเราโดยทั่วไปแล้ว ช่วงชีวิตตลอดระยะเวลาตั้งแต่เกิดมาจนถึงปัจจุบัน ย่อมที่จะมีบ้างสักครั้งหรือหลายครั้งในชีวิต ที่เคยได้สัมผัสกับคืนวันที่มีพลังรู้สึกเป็นสุขใจ ลองตั้งสติทบทวน ถึงเรื่องราวที่ผ่านมาในชีวิต มีตอนไหนบ้าง ที่ตนเองเคยมีอุปนิสัย หรือมีความคิดจิตใจบางอย่าง ที่เคยมีพลัง มากกว่านี้
เคยแจ่มใสเคยมีนิสัยที่ไม่นำพาต่อความทุกข์ แม้จะเป็นความทุกข์ในแบบที่เจอในวันนี้ก็ไม่หวั่นไหว
วันคืนที่ตนเองเคยมีความสบายใจ มีความสามารถ มีประสาทสัมผัสมองเห็นโลกด้วยอรรถรสที่ดีเยี่ยม หรือมีอะไรก็ตามที่คุณชอบตัวเองในแบบวันวาน
อยากไหม? อยากที่จะกลับไปเป็นคนแบบนั้นอีกให้ได้

อยากจะโยนทิ้งคืนวันร้ายๆในวันนี้แล้วกลับไปเป็นตัวตนแบบในวันวาน และห้อมล้อมด้วยจิดแห่งการมองเห็นโลกของตัวเองที่เคยมีความสุขกับสิ่งต่างๆ
หากคุณพอจะจดจำได้ และหากคุณกำลังเริ่ม เริ่มมีใจที่อยากจะหวลคืนสู่ตัวตนในวันเวลาเหล่านั้น
คุณจงเริ่มตั้งแต่วันนี้
ก่อนอื่น สิ่งสำคัญที่คุณควรรับรู้นั่นก็คือ
คุณมีโอกาสที่จะกลับคืนเป็นตัวของตัวเองที่เคยเป็นได้ แต่นั่นมิใช่สิ่งที่ง่ายเสมอไป ไม่ใช่สิ่งที่จะมาเนรมิตรกันง่ายดั่งใจนึกทันทีทันใด และอาจมีบางคนที่อาจทำความรู้สึกได้ในบางเวลา หลงคิดว่าตัวของตัวเองกลับมาแล้ว
แต่ทว่ามันก็เป็นได้เพียงชั่วครู่ยาม มิใช่การฝังลึกจนสถิตย์เป็นตัวตนได้อย่างแท้จริง
แท้จริงแล้ว กระบวนการนี้จำต้องใช้เวลา ต้องพร้อมที่จะให้เวลา ผสานกับความตั้งใจ รวมทั้งการเสาะหาส่วนประกอบต่างๆที่เคยช่วยหล่อหลอมส่งเสริมให้กลายเป็นตัวตนแบบในวันคืนที่เคยเป็น

ความเป็นตัวตนในเชิงจิตวิญญาณของมนุษย์เรานั้น กว่าจะก่อร่างจนออกมาเป็นตัวตนคนแบบหนึ่ง จำต้อง ผ่านประสบการณ์ชีวิต ที่พานพบกับเรื่องราวต่างๆที่ส่งความรู้สึกและจิตใจ อันประกอบด้วยรายละเอียดปลีกย่อยที่ละเอียดยิบมากมาย ที่คุณแทบไม่รู้สึกเท่าทันเลยว่า สิ่งต่างๆและผู้คนรอบตัว เรื่องราวต่างๆสภาพแวดล้อมวิถีชีวิต กิจวัตร ฯลฯล้วนส่งรายละเอียดบางอย่างซึมซับเข้ามาในตัวคุณทั้งนั้น
หลายต่อหลายอย่างหล่อหลอมมา ก่อเกิดเป็นรายละเอียดที่กลั่นออกเป็นตัวหนังสือหรือคำพูดความคิดไม่ได้ แต่รับรู้สัมผัสจิตวิญญาณความมีอยู่ และรสชาติของตัวตนเหล่านั้นได้
สิ่งต่างๆดังกล่าวนี้ มันเป็นเซ้นส์ ซึ่งไม่มีรูปร่างให้จับต้อง แต่คุณจะรับรู้ได้ว่ามีอยู่จริงยามจิตวิญญาณนั้นสถิตย์อยู่กับคุณ

และด้วยการที่มันละเอียดมันไม่มีภาษาหรือคำแทน มันไม่มีตัวตนให้จับต้อง การตามหาสิ่งนี้จึงอาจต้องค่อยๆอาศัยเวลานำพาตนเองไปสู่จุดที่ ได้รอโอกาส ได้พบกับส่วนประกอบต่างๆที่จะส่งจิตสัมผัสให้รับรู้
ควรให้เวลาแบ่งมาในแต่ละวันเพื่อการนั่งสงบใจ ทำจิตให้เป็นสมาธิตั้งสติและระหว่างที่ใจสงบก็จึง ค่อยๆ เพ่งระลึกถึงรูปแบบชีวิตเมื่อครั้งที่ต้องการและเคยเป็นได้นั้น จงระลึกสะสมในแต่ละวันอย่าง เป็นขั้นตอนวิธีสำคัญที่ควรต้องทำอยู่อย่างเสมอ
ในขณะที่ระลึกถึง คุณจะค่อยๆจดจำรายละเอียดต่างๆว่าอะไรบ้างที่เป็นส่วนประกอบช่วยหล่อหลอม ให้คุณเคยเป็นคนแบบนั้นได้ คุณจะค่อยๆได้แผนที่ ให้รับรู้ว่าจากนี้ไปคุณควรปรับรูปแบบวิถีชีวิตและแนวคิดอย่างไร ในการค่อยๆซึมซับตนเองกลับคืน

นอกจากนี้แล้วคุณยังต้องหมั่นสังเกตุตนเองในปัจจุบัน อาศัยวันเวลาแต่ละวันคืนตรึกตรองให้ถ่องแท้ ว่ารูปแบบชีวิตแบบไหนบ้างที่คอยบดบังการกลับไปเป็นตัวของตัวเอง รูปแบบชีวิตไหนบ้างที่ชักจูงคุณให้หลงทางมาไกล จนกลายเป็นคนละคนกับอดีต ซึ่งกลายเป็นคนใหม่ที่มีคุณสมบัติต่างๆที่มุ่งสู่ความทุกข์ใจ
อีกทั้งเมื่อคุณระลึกจดจำได้ถึงสภาพแวดล้อม วิถีชีวิต วงสังคม หรือกิจวัตร และแนวคิดนิสัยใดๆก็ตาม ที่คุณรู้ว่าสิ่งเหล่านี้จะช่วยส่งเสริมให้เซ้นส์ ของตัวตนคนเดิมปลุกฟื้นกลับมา เมื่อคุณได้ข้อมูลจากการทำสมาธิระลึกจิต คุณก็จะได้แผนที่และรู้ว่าจะต้องไปคลุกคลีตนอยู่ในวิถีใด ควรห่างสิ่งใดและควรใกล้สิ่งใด
การทำสมาธิผสานกับการระลึกจิตจะช่วยให้คุณ ตระหนักได้ง่ายขึ้น จงค่อยๆสังเกตุว่ามีอะไรบ้าง เพื่อเข้าใจ และใช้เป็นเป้าหมายในการฝึกลดละเลิกห่างอุปนิสัยต่างๆ ในปัจจุบันที่ขวางการกลับไปเป็นคนเดิม รวมถึงลดละเลิกห่าง วิถีชีวิต กิจวัตรหรือสิ่งคลุกคลีใดๆ ที่เป็นรูปแบบที่ไม่เหมาะ และคอยรบกวนถ่วงรั้งการกลับสู่ตัวของตัวเอง
การฝึกจิตฝึกแนวคิดเหล่านี้หากได้กระทำในขณะนั่งในที่สงบ และจิตเป็นสมาธิ หากทำอย่างสม่ำเสมอตัวคุณเองจะค่อยๆเปลี่ยนแปลง ขอเพียงขยันทำอย่างสม่ำเสมอและใจเย็นพอที่จะรอคอยการพัฒนา
